7.16.2555

นิทานสอนใจ เรื่อง วิธีการหาคู่แท้


*********************
..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว …มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า
ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหม คับ?
อาจารย์ : อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ
ลูกศิษย์ : อืม?….งงอะไม่เข้าใจ
อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะ เลยใช่ไหม เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่า เวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม
ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ (ว่าแล้ว ก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน….
ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน
อาจารย์ : อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ
ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ เนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยว ก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้ว ครับ จะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้
อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ …
ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ คนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ ส่วนทุ่งหญ้า ก็คือ เวลา … เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้ว คิดว่า คงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่ เปรียบเทียบ คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าลืมว่า…”เวลาไม่เคยย้อนกลับ”
ใครเคยเจอเรื่องแบบนี้ กับชีวิตจริงมั่งไหม :)
+++++++++++++++++++++++++++

ອົງ​ແຫ່ງ​ທັມມະ​ກະທຶກ


+++++++++++++++
1. ສະ​ແດງ​ທັມ​ໄປ​ຕາມ​ລຳດັບບໍ່ຕັດ​ຕອນ​ໃຫ້​ຂາດ​ຄວາມ.
2. ອ້າງ​ເຫດຜົນ​ແນະນຳ​ໃຫ້​ຜູ້​ຟັງ​ເຂົ້າ​ໃຈ
3. ຕັ້ງ​ຈິດ​ເມດ​ຕາປາ​ຖະໜາ​ໃຫ້​ເປັນ​ປະ​ໂຫຍ​ດ​ແກ່​ຜູ້​ຟັງ
4. ບໍ່ສະ​ແດງ​ທັມ​ເພື່ອເຫັນ​ແກ່​ລາບ
5. ບໍ່ສະ​ແດງ​ທັມ​ໂດຍ​ກະທົບຕົນ​ ແລະ​ ຄົນ​ອື່ນ

แม่อีหนูชูสองนิ้ว


++++++++++++++
มีผัวเมียคู้หนึ่ง แกมีลูกชายสองคนยังเป็นเด็กอยู่ ผัวเมียคู่นี้มีฐานะยากจนมาก แกอาศัยอยู่ที่กระท่อมหลังโกโรโกโสซึ่งอยู่ติดกับลำคลอง ผัวเมียคู่นี้เป็นจอมขี้เกียจทั้งคู่ ผัวชอบเล่นการพนันตีไก่ ส่วนเมียชอบไปเที่ยวนินทาคนโน้นคนนี้อยู่ที่บ้านคนอื่น ผัวเมียคู่นี้มักไม่ยอมเสียเปรียบต่อกัน จึงมักเกิดสงครามกลางบ้านสม่ำเสมอ ขอสรุปว่า
พอผัวเตะป๊าบหนึ่ง เมียก็ด่าทีหนึ่ง
ผัวเตะทีหนึ่ง เมียก็ด่าอีกที
ถ้าผัวเตะสองทีซ้ำกัน เมียก็ด่าสองทีซ้ำกันเช่นกัน
คือไม่มีใครยอมเสียเปรียบใคร เช้าตรู่วันหนึ่ง เมียกำลังต้มน้ำ หุงข้าว ลูกวิ่งไปขอน้ำร้อนจากแม่ เพื่อประคมประหงมไก่ เพราะพ่อเมาเหล้าไปตีไก่เมื่อคืนจึงไม่สามารถทำเองได้ ทำให้แม่อารมณ์เสียตบหน้าลูกจนร้องไห้ ผัวที่กำลังนอนหลับได้ยินเสียงลูกก็ลุกพรวดเหวี่ยงขาพลั่กเข้าที่สีข้างของ เมีย พอดีเมียยกศอกขึ้นรับ ผัวเตะถูกศอกเมียเจ็บหลังเท้า จนต้องทำหน้าอูมๆชอบกล เมียใช่ตวักที่ถืออยู่ในมือ ฟาดโป๊กเข้าที่หัว จนตวักหักเป็นสองท่อน ผัวจึงใช้กำปั้นต่อยซ้ายขวาอุตลุด จนขี้เถ้าฟุ้งราวเกิดพายุใต้ฝุ่น เล่นเอาเมียต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่ปากก็ด่าฉอดๆๆๆๆ ซึ่งคำด่าของนางนั้นล้วนหยาบๆคายๆจนไม่สามารถจะเอามาบรรยายลงที่นี้ได้ ลูกชายทั้งสองคนพากันร้องไห้ไปหลบอยู่ที่หลังกระท่อม สองผัวเมียก็ตบตีกัน เมียถอยหนี ผัวก็รุกตามมาเรื่อย จนมาถึงฝั่งคลอง เมียก็ไม่ยอมเลิกด่า ผัวจึงซัดโครมเข้าอย่างแรง ส่งแม่เมียลงตูมไปในลำคลอง เมียโผล่หัวมาได้ก็ด่าในน้ำอีก ยืนด่ารัวฉอดๆๆๆๆราวกับปืนกลอยู่ในน้ำ ราวกับแสกงว่าไม่กลัวแกเว้ย ผัวจึงไปคว้าต้นกล้วยที่ตัดไว้ ต้นขนาดเท่าปลีน่องได้ ใช้ฟาดตูมใส่เมีย แต่เมียก็ดำน้ำหลบ ผัวเลยตีถูกแต่น้ำแตกกระจายดังซ่าๆ และพอได้จังหวะเมียก็โผล่หัวขึ้นมาด่าอีก ผัวก็กระหน่ำตีด้วยความแค้น เลยถูกเข้าอย่างจังหลายที ทำให้นางเมียจมหายเงียบไปใต้น้ำ ผัวจึงวางกล้วยที่หักยู่ยี่ แล้วยืนดูด้วยความวิตก เกรงว่าเมียจะตายจริงๆ เกรงจะเกิดคดีขึ้นโรงขึ้นศาล พอดีมีมือของเมียโผล่ขึ้นมา “ชูสองนิ้ว” ผัวก็เข้าใจว่า เมียคงจะบอบช้ำหนักและกำลังจะตาย จึงชูสองนิ้วบอกฝากลูกชายสองคนด้วยความอาลัยเยี่ยงแม่ทั้งหลายที่มีความ อาลัยต่อลูก ผัวจึงกระโดดตูมลงไปจัดการอุ้มเมียขึ้นมาบนฝั่ง เพราะคลองนั้นเป็นคลองที่ลึกพอควร เมียจะว่ายน้ำหนีไปฝั่งโน้นก็ว่ายไม่เป็น ยืนด่าอยู่ริมน้ำ ยืนด่าอยู่ริมน้ำ และถูกตีจนถอยร่นไปในส่วนลึกของคลอง
___ผัวเมื่ออุ้มเมียขึ้นมาได้ก็จัดการนวดเฟ้น ปากก็พร่ำว่า “ไม่เป็นไรหรอกแม่ไอ้หนู พี่เห็นใจเจ้าแล้ว ที่เจ้ารักลูก ห่วงลูก อุตส่าห์ชูสองนิ้วเพื่อบอกให้พี่เลี้ยงลูกทั้งสองคนด้วย ถ้าน้องตาย” ยังไม่ทันขาดคำ นางผงกศีรษะขึ้นพูดว่า “ที่ข้าชูสองนิ้ว ไม่ใช่ข้าฝากลูกสองคนหรอก ฮึ” “งั้นเองชูทำไมว๊ะ” ผัวถาม “นิ้วหนึ่งข้าด่าพ่อมึง อีกนิ้วหนึ่งด่าแม่มึง” เท่านั้นเองผัวก็ผลักร่างของเมียออก ลุกขึ้นยืนแล้วเตะโครม เมียก็กลิ้งลงคลองอีกครั้งหนึ่ง
++++++++++++++++++++
นิทานเรื่องนี้สอนใจว่า....
การอยู่ร่วมกันอย่างเอาเปรียบกัน ต่างมีทิฎฐิมานะใส่กันและกันนั้นย่อมนำมาแต่ความทุกข์ตลอดกาล

ลักษณะของคน



1. ไม่รู้ไม่ชี้
: เป็นลักษณะของคนไม่รับผิดชอบต่อตนเองและผู้อื่น
2. ไม่รู้แล้วชี้
: เป็นลักษณะของคนอวดี,คนหลงเป็นภัยแก่ตนและต่อผู้อื่น
3. ไม่รู้แล้วไม่ชี้
: เป็นลักษณะของคนซื่อตรง รู้ตัวทุกอิริยาบถ
4. รู้แล้วไม่ชี้
: เป็นลักษณะคนเห็นแก่ตัว , คนใจดำ ไม่น่าคบหาสมาคม
5. ชี้แล้วไม่รู้
: เป็นลักษณะของคนขอไปที คนยังไม่มีความรู้จริง
6. รู้แล้วชี้
: เป็นลักษณะของคนบัณฑิต นักปราชญ์ ครู ผู้ประเสริฐ สัตบุรุษ

7 สิ่งที่ทำให้หญิงเบื่อชาย


1. ต่อมรับรู้อารมณ์ "เสื่อม"
ผู้ชาย ชอบยึดมั่นว่า ตัวเองนั้นเป็นเพศที่ใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ จึงเห็นว่า การแสดงอารมณ์ของผู้หญิงไม่ว่า จะเป็นอาการน้อยใจ หึง โกรธ คิดมากนั้น เป็นเรื่องไร้สาระ จึงทำตัวเฉยเสีย ไม่สนใจ คิดไปเองว่า เป็นได้ ก็หายเอง ... อ้าว ! คุณคะ ถ้าเค้าไม่รักคุณ เค้าจะน้อยใจ จะหึง จะโกรธคุณเหรอคะ ... ระวังนะคะ ถ้าแฟนสาวของคุณเริ่มมีอาการ เฉยๆ ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ยิ้ม รับง่าย ๆ ไม่ว่าคุณจะไปทางไหนล่ะก้อ ขอให้รับทราบได้เลยว่า เจ้าหล่อนหมดรักคุณไปเรียบร้อยแล้วค่ะ

2. ต่อมเสมอต้นเสมอปลาย "วาย"
ตอน จีบใหม่ ๆ เอาใจสารพัด เช้าถึง เย็นถึง จะทำอะไร จะไปไหนเนี่ย "อย่าลืมทานข้าวนะจ๊ะ" ... "อย่านอนดึกนะจ๊ะ" ... จะหันไปทางไหน ตามพันแข้งพันขา เรียกได้ว่า เป็นช่วงทองของคุณผู้หญิงเลยนะคะ เพราะหลังจากที่คุณตกลงปลงใจกับพ่อหนุ่มตัวดีเรียบร้อยแล้ว ขอให้พึงสังวรได้เลยว่า จะไม่ได้รับการปฏิบัติหรือ เอาใจเยี่ยงนี้อีกแล้ว เพราะต่อมความเสมอต้นเสมอปลายของพ่อตัวดีนั้น วาย ไปซะแล้ว

3. เริ่มแสวงหา "งู" มาเป็นสัตว์เลี้ยง
ก็ เข้าใจนะคะว่า อาการเจ้าชู้ กับ ผู้ชายน่ะเป็นของคู่กัน แหม ... อยากให้เราปลง ทีเราหึง ซึ่งเป็นอาการปกติของผู้หญิง ก็มาว่าเราไร้สาระ ... อดไม่ได้หรอกค่ะ ช่วงเดือนแรก ไปไหนมาไหน กินอะไร นั่งมองแต่เรา จนเราเขิลลลล ... แต่นาน ๆ ไปชัก สอดส่ายสายตาไปทั่ว ถ้าไม่เรียกให้รู้สึกตัว ก็มองตามไปนู่น แม่สาวสายเดี่ยวที่เพิ่งเดินสวนกันไป นี่มันอะไรกันจ๊ะ ไหนว่าไม่อยากให้หึง แล้วทำตัวหัวงูทำไม ?

4. ต่อมวิเคระห์เหตุผล ผิดปกติ
ไม่ รู้ไปฝังหัวความเชื่อกันมาจากไหนกันว่า "ผู้ชายชอบใช้เหตุผล ผู้หญิงชอบใช้อารมณ์" ยันกันได้เลย ดิฉันว่า เหตุผลที่พวกผู้ชายเค้าว่า ก็แค่ เหตุผลที่เค้าคิดขึ้นมาเองมากกว่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ ผู้หญิงซื้อเสื้อผ้า ก็ว่า ... ไร้สาระ อ้าว !! ที่พวกคุณบ้า กอล์ฟ คอมพิวเตอร์ รถกระป๋อง นั้น มีสาระมาก ๆ ล่ะสิคะ คิดว่าคุณผู้หญิงบางท่าน บางครั้งต้องเจอเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องถามตัวเองว่า เอ๋ ?? นี่ชั้นไร้เหตุผล หรือ เค้าไร้สาระกันแน่นะ ทำไมล่ะคะ ต่างตนต่างมีงานอดิเรกที่ชอบ มีสิ่งที่ทำแล้วสบายใจ การที่คุณจะตีค่าว่า สิ่งที่อีกคนนั้นเป็นสิ่งไร้สาระนั้น ไม่แสดงว่าคุณใจแคบไปหน่อยเหรอคะ ถ้าคุณผู้ชายทั้งหลายคิดว่าตัวเองเป็นเพศที่มีเหตุผลแล้วไซร้ ดิฉันว่าน่าจะลองคิดตริตรอง และเปิดใจกว้างกว่านี้อีกสักนิด .. จะน่ารักมาก ๆ

5. ชอบวางอำนาจ ใจร้อน
สงสัย จะเข้าใจคำว่า "ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง" ผิด ... จึงได้ชอบออกคำสั่ง ผมต้องเป็นผู้นำ สิ่งที่ผมคิดเนี่ย ถูกที่สุดแล้ว !! เอ๋ ?? เข้าใจไรผิดไปเปล่าคะ (O_o) สำนวนข้างต้นเนี่ย มาจากธรรมชาติของช้างที่ว่า เวลาเดิน ช้างจะยกเท้าหลังก่อน แล้วเท้าหน้าจึงก้าว ... ดังนั้นโบราณเค้าหมายความว่า ผู้หญิงน่ะ เป็นผู้นำ เจ้าค่ะ มีอะไรต้องฝังเพศแม่บ้าง เพศหญิงเนี่ย เป็นเพศที่มีความละเอียด รอบคอบ ค่อยคิดค่อยทำ ไม่บ้าเลือด นี่ไงล่ะคะ ผลสำรวจถึงได้ว่า ผู้หญิงอายุยืนกว่าผู้ชาย ก็ผู้ชายน่ะใจร้อน บางครั้งเลยเอาปากไปแหย่เท้า ผู้มีอำนาจ เลยซี้ม่องไปซะก่อนวัยอันควร ผู้หญิงเราบางครั้งก็ระอากับ อาการใจร้อน ยอมไม่ได้ของคุณ ๆ เหมือนกันนะคะ ... ขอบอก

6. ลำเอียง เข้าข้างตัวเอง
คิด ว่าข้าเก่ง ... ข้าแน่ ... ผู้ชายชอบคิดเข้าข้างว่าตัวเอง เก่ง เจ๋ง ... แหม ไม่อยากจะพูดก็ต้องพูด เบื้องหลังความสำเร็จของผู้ชายหลายคนเนี่ย มาจากการมีคู่คิด คู่เคียงที่ดีนะเจ้าคะ แต่ด้วยความเป็นผู้หญิง ก็ไม่อยากจะล้ำหน้า เดี๋ยวจะโดนใบแดงออกจากสนาม ... ก็ได้แต่ เป็นผู้สนับสนุน ปิดทองหลังพระ โดยไม่มีใครรู้ ... จนบางครั้งทำให้พวกหนุ่ม ๆ ลืมตัวไปว่า กว่าจะมีวันนี้ เพราะมีใครคอยช่วยหนุนหลัง คอยเป็นกำลังใจ ข้าได้ดี เพราะข้าเองนี่แหละ อันนี้มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง ...

สมัย ที่ บิล คลินตัน ยังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แห่งสหรัฐอเมริกา เมื่อครั้งไปเยี่ยมประชาชนที่รัฐๆ หนึ่ง ขณะนั่งในรถและกำลังเดินทางกลับ ก็เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง ยืนโบกมือให้ และภรรยาของเขา ฮิลลารี่ คลินตัน ได้โบกมือตอบ จึงถามไปว่า
บิล : นั่นใคร ?
ฮิลลารี่ : อ๋อ แฟนเก่าชั้นเอง เค้าเป็นเจ้าของฟาร์ม อยู่ที่นี่
บิล : (หัวเราะ) นี่ถ้าคุณตกลงแต่งงานไปกับเค้า ตอนนี้คุณก็คงได้เป็นแค่ เมียเจ้าของฟาร์มล่ะสิ
ฮิลลารี่ : ไม่หรอก ถ้าชั้นแต่งงานกับเค้า ประเทศเราจะมีประธานาธิบดี ที่อดียเคยเป็นเจ้าของฟาร์มต่างหาก
บิล : !!???!!??!!

ว่า กันว่า ผู้นำหลายคนในโลกนี้ ล้วนประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากมีผู้หญิงเป็นแรงหนุนที่ดี แต่สงสัยว่าบรรดาคุณผู้หญิงเหล่านี้ จะเห็นว่า บรรดาผู้ชายล้วนหลงตัวเอง และไม่เห็นบุญคุณ สมัยนี้เราจึงเห็น ผู้หญิง หลายคนก้าวขึ้นมามีบทบาทในตำแหน่งผู้นำกันเอง ไม่ว่า จะเป็นเจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้นำประเทศก็ตาม

7. ต่อมรัก "เพื่อน" แตก !!
ประการ ที่ 7 นี้เป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงทั้งหลายต่างทราบกันดี ว่าผู้ชายของเรานั้น ล้วนรักเพื่อนมากมายขนาดไหน แล้วจะไม่ให้เราเบื่อได้ไงล่ะคะ ก็นัดเราอยู่ดี ๆ พอเพื่อนโทรมา กลับเลื่อนนัดเราซะได้ หรือไม่เวลาเราชวนไปไหน บอกไม่ว่างร่ำไป แต่พอเพื่อนโทรมากริ๊งเดียว ถึงกับแล่นออกไปในทันที ก็เห็นกันอยู่ชัด ๆ ขนาดนี้ ทีหลังก็ให้เพื่อนนั่นแหละค่ะ มาพัดมาวี มาเอาอกเอาใจแทนแล้วกัน แหม ... พูดแล้วหงุดหงิดใจ

เอาแค่เบาะ ๆ แค่ 7 ข้อแล้วกันนะคะ เพราะเค้าว่าพูดหญิงน่าเบื่อแค่ 7 ข้อ เราก็เบื่อคุณผู้ชายแค่ 7 ข้อ พอหอมปากหอมคอ อย่าเคืองกันแล้วกันนะ...พ่อคุณ ไหน ๆ คุณก็ว่าพวกเราว่า ขี้บ่น อยู่แล้วนี่นา บ่นแค่นี้ก็อย่าถือเลย ถือว่าเป็นแค่อารมณ์เล็ก ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งแล้วกันจ๊ะ

***ชีวิตเหมือน..น้ำค้าง***


ชีวิตเปรียบเหมือนน้ำค้างยามรุ่งอรุณ
เราตื่นขึ้นมาลุกไปเดินจงกรม
มองเห็นน้ำค้างใสพราวอยู่บนยอดหญ้า
แต่พอเดินวงกลับมาอีกรอบ
น้ำค้างบนยอดหญ้าอันตรธานไปแล้ว

ชีวิตเหมือนพยับแดดที่เต้นเร่า พราวแพรวระยิบระยับ
ใครที่ขับรถไปตามถนนในช่วงเวลากลางวัน
จะมองเห็นว่าเหมือนมีทะเลขวางอยู่ข้างหน้า
เห็นพยับแดดวับวามอยู่เต็มด้านหน้า
แต่พอขับไปถึงที่เข้าจริงๆ
กลับพบว่าพยับแดดเหล่านั้นไม่มีตัวตนเสียแล้ว
ชีวิตของเราก็เช่นนั้น
ความหนุ่มความสาวเราอย่าไปหลงครอบครองยึดติด
เผลอไม่กี่ปีตีนกาก็ขึ้นแล้ว
เห็นไหมว่า ชีวิต ร่างกาย มันเปลี่ยนแปลงเร็วยิ่งกว่าพยับแดด

ชีวิตเหมือนรอยขีดบนผิวน้ำ
หากเราลองเอาไม้ขีด ที่ผิวน้ำเร็วๆ
ก็จะเห็นน้ำแหวกเป็นเส้นเป็นแนวตามรอยไม้
แต่เมื่อยกไม้ขึ้นมาเพียงชั่วพริบตาน้ำก็กลืนกันสนิท
ไม่มีเส้นให้เห็นอย่างเดิมอีกแล้ว ชีวิตแสนสั้นเช่นนี้เอง

ดังนั้น หากยังมีชีวิตอยู่เป็นปกติดี จะทำความดีอะไรก็ต้องรีบทำ
เพราะหากประมาทพลาดพลั้งไปเพียงแวบเดียว
ชีวิตอาจปลิดปลิวหายไปได้ทันที
ชีวิตสั้นอย่างนี้ ความตายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย

ธรรมทานพุทธทาสภิกขุ

นิพพานเป็นของไม่ยาก


สมเด็จองค์ปฐม ทรงตรัสสอนไว้มีความสำคัญดั่งนี้
การวางจิตให้มีกำลังใจตัดกิเลสเพื่อให้เข้าถึงพระนิพพานเป็นของยาก ถ้าไม่ตั้งใจตัดจริงๆก็บรรลุได้ยาก คนทำความเพียรเพื่อพระนิพพาน ก็อุปมาเหมื่่อนการหยดน้ำใส่ในตุ่ม ถ้าหากขยันตัก มาหยดใส่ประจำโดยไม่ขี้เกียจ ก็จักเต็มได้ไม่ช้า แต่ถ้าขี้เกียจก็ไม่รู้จักเต็มสักที กำลังใจของการปฎิบัติธรรมก็เช่นกัน ถ้าปักแน่นในความตั้งใจแล้ว ตรวจจิตดูหาจุดบกพร่องตรงไหน หมั่นอุดรูจุดนั้นทำให้จริงๆจังๆก็จักประสบผลสำเร็จ การตรัสนี้เป็นการชี้แนะเท่านั้นทำได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่ตัวของเจ้าเอง.