7.16.2555

ນິທານສອນໃຈສຳຫຼັບຄົນທີ່ມີຄວາມຮັກ ^_^


ມູມມອງຂອງພຣະອະຣະຫັນ

ພຣະອະຣະຫັນຖືວ່າ ຮ່າງກາຍຂອງຄົນເຮົາປຽບເໝືອນເຮືອຮົ່ວ ທີ່ເຮົາໃຊ້ໂດຍສານຂ້າມແມ່ນ້ຳຊົ່ວຄາວ ໂດຍຄິດວ່າເຮືອບໍ່ແມ່ນຂອງເຮົາ ແລະ ເຮົາບໍ່ໄດ້ເປັນເຈົ້າຂອງເຮືອ. ໃນລະຫວ່າງທີ່ເຮົາຢູ່ໃນເຮືອ ເຮົາກໍ່ຮັກສາເຮືອຄືອັດຮູ້ຮົ່ວຂອງເຮືອ ປະຄັບປະຄອງເພື່ອບໍ່ໃຫ້ເຮືອລົ້ມ ເພື່ອຫວັງໃຫ້ເຮືອພາເຮົາໄປເຖິງຝັ່ງ ເມື່ອເຖິງຝັ່ງແລ້ວເຮົາກໍ່ຖີ້ມເຮືອໜີ ໂດຍບໍ່ມີຄວາມອາໄລອາວອນເຮືອເລີຍ ແລະ ກໍ່ບໍ່ມີໃຜຈັກຄົນເລີຍທີ່ຈະແບກເຮືອໄປນຳ. ເພາະສະນັ້ນ, ເຮົາຈິ່ງບໍ່ເກີດຄວາມທຸກເພາະເຮືອ. .....โอวาทธรรมโดย หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

เหตุใดท้าวสักกะเทวราชแปลงพระองค์

เหตุใดท้าวสักกะเทวราชแปลงพระองค์
ให้เป็นคนชรายากเข็ญเพื่อใส่บาตรพระมหากัสสปะ
++++++++++++++++++++
.....ท้าวสักกะเทวราชมีพระประสงค์จะถวายอาหารบิณฑบาตแก่พระมหากัสสปะ ด้วยเหตุว่าเมื่อสมัยที่ท่านเป็นสมเด็จพระอมรินทราธราช เสวยทิพยสมบัติเป็นใหญ่ในสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์มาเป็นเวลาช้านาน ครั้นได้ทอดพระเนตรเห็นเทพเจ้าชั้นผู้ใหญ่บางองค์ ซึ่งมีรัศมีและมีความสวยงาม ทั้งมีปราสาทวิมานประเสริฐวิเศษกว่าตนผู้มีอำนาจใหญ่กว่า จึงทรงบังเกิดความมหัศจรรย์ในพระทัย ครุ่นคิดสงสัยอยู่ว่า
“....เป็นเพราะเหตุใดฤา เทวดาผู้มาอุบัติใหม่เหล่านี้จึงมีปราสาทวิมานมีรัศมีและความสง่างามยิ่งไป กว่าตัวเราผู้เป็นใหญ่ เรานี้ไซร้คงมีแต่อำนาจเป็นใหญ่เหนือเขาเพียงอย่างเดียว เมื่อเหลียวแลดูรัศมีมีปราสาทวิมานและความสง่างามแล้วก็ดูด้วยกว่าเทวดาผู้ มาอุบัติใหม่ น่าอับอายเป็นนักหนา....”
ในที่สุดก็ทรงทราบเหตุผลตามความเป็นจริงว่า......?
…..การที่เป็นเช่นนี้ ก็ด้วยเหตุที่เทวดาผู้มาอุบัติใหม่ได้สร้างกุศลไว้ในพระพุทธศาสนา มีโอกาสที่เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนาแห่งองค์สมเด็จพระชินสีห์เจ้าแล้วมี จิตผ่องแผ้วเลื่อมใสสร้างบุญกุศลไว้ในพระพุทธศาสนา เมื่อมาอุบัติเป็นเทวดาอยู่ในความปกครองของเราจึงมีทิพยสมบัติวิเศษมากมาย และท่านเป็นผู้โชคร้าย เป็นมนุษย์นอกพระพุทธศาสนา สร้างบุญกุศลไว้นอกพระพุทธศาสนา แม้ว่ามีตำแหน่ง มียศใหญ่ แต่มีทิพยสมบัติด้อยน้อยกว่า เมื่อท่านรู้ได้อย่างแจ้งชัดแล้วว่ากุศลอันใดที่บุคคลได้กระทำในเวลาที่อยู่ ในพระพุทธศาสนา กุศลกรรมนั้นประเสริฐยิ่งนัก มีอานิสงส์ไพบูลย์ยิ่งใหญ่กว่ากุศลกรรมที่ทำในเวลาที่ว่างจากพระพุทธศาสนา จึงทรงตั้งพระทัยจักสร้างบุญกุศลในพระพุทธศาสนาให้จงได้บ้าง....

เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักษิณาทานชื่อว่าน้อย ย่อมไม่มี (พุทธภาษิต)
++++++++++++++++++++++

เหตุผลของผู้หญิง

เหตุผลของผู้หญิง
ผู้หญิงมักมีเหตุผลที่ฟังขึ้นเสมอ
*********************
บ่ายวันหนึ่งระหว่างหญิงสาวสวยกำลังซักผ้าอยู่ริมน้ำนั้นแปรงซักผ้าคู่มือก็หลุดมือจม
ลงน้ำไป หญิงสาวสวยก็ทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้อยู่ริมน้ำ
ทันใดนั้นเองเทวดาก็ลอยขึ้นมาจากผิวน้ำแล้วถามว่า ' มีปัญหาอะไรรึ '
' แปรงซักผ้าดิฉันตกลงไปในน้ำแล้ว และตรงนี้น้ำลึกมาก
ต่อไปดิฉันจะเอาอะไรไปซักผ้าหาเลี้ยงลูกสามีได้หละท่าน '
เทวดาได้ยินดังนั้นก็ดำน้ำลงไปสักพักแล้วขึ้นมาพร้อมกับแปรงซักผ้าทองคำ
' เอ้าแปรงซักผ้านี้ใช่แปรงซักผ้าของเจ้าใช่รึไม่ ?' เทวดาถามหญิงสาวสวย
' ไม่ใช่ค่ะ '
เทวดาก็ดำน้ำลงไปอีกครั้งกลับขึ้นมากับแปรงซักผ้าเงิน
' เอ้าแล้วแปรงซักผ้านี้หละใช่ของเจ้ารึไม่ ?'
' ไม่ใช่ค่ะแปรงซักผ้าของดิฉันทำจากเหล็กมีด้ามไม้เก่าๆ ไม่ใช่แปรงซักผ้าเงิน แปรงซักผ้าทอง '
เทวดาจึงดำลงน้ำไปอีกครั้งแล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับแปรงซักผ้าเหล็กคู่มือหญิงสาวสวย
' เอ้าแปรงซักผ้าของเจ้า แต่เราเห็นเจ้าเป็นคนดีซื่อสัตย์ไม่โกหก
เราจะให้แปรงซักผ้าเงิน กับแปรงซักผ้าทองคำแก่เจ้าไปด้วย
เพื่อตอบแทนในการที่เจ้าเป็นคนดี '
หญิงสาวสวยจึงรับแปรงซักผ้าไว้แล้วกลับบ้านด้วยความสุข
หนึ่งเดือนต่อมา ............
ระหว่างที่หญิงสาวสวยกำลังเดินเล่นอยู่ริมน้ำพร้อมกับสามีของเธออยู่นั้น
สามีก็ลื่นตกน้ำไป หญิงสาวสวยทำอะไรไม่ถูกได้แต่นั่งร้องไห้ริมน้ำ
ทันใดนั้นเทวดาองค์เดิมก็ปรากฏกายออกมาอีกครั้ง
' เอ้าคราวนี้เจ้ามีปัญหาอะไรรึ '
' สามีดิฉันลื่นตกน้ำไปเมื่อกี้นี้ค่ะ '
ได้ยินดังนั้นเทวดาจึงดำน้ำลงไป และขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งที่เหมือนกันกับพี่เคน ธีรเดช วงษ์พัวพันธุ์
ตั้งแต่หัวจรดเท้า ' ผู้ชายคนนี้ใช่สามีเจ้ารึไม่ ?'
'ใช่แล้วค่ะ ' หญิงสาวสวยตอบทันที
เทวดาจึงโกรธมาก เพราะเห็นว่าหญิงสาวสวยโกหก และไม่ซื่อสัตย์เหมือนก่อน
' ขออภัยด้วยค่ะท่านเทวดา มันเป็นการเข้าใจผิดค่ะ '
หญิงสาวสวยรีบชี้แจงทันใด
'ถ้าเกิดดิฉันตอบว่าไม่ใช่ ดิฉันเดาว่าท่านก็คงจะลงไปในน้ำอีกครั้ง
แล้วกลับขึ้นมาพร้อมกับผู้ชายที่เหมือนกับ มาริโอ้
และเมื่อดิฉันปฏิเสธอีกท่าก็คงจำดำลงไปอีกครั้งแล้วนำสามีดิฉันตัวจริงขึ้นมา
สุดท้ายท่านก็คงจะให้ผู้ชายอีก 2 คนดิฉันด้วย
เพื่อตอบแทนที่ดิฉันไม่โกหก
แต่ว่า .... ดิฉันเป็นแค่หญิงสาวสวยจะมีปัญญาอะไรไปหาเงินเลี้ยงสามีพร้อมกัน 3 คนได้หละค่ะ (รับไม่ไหวค่ะ ได้ทีละคน)
ดิฉันจึงจำเป็นต้องตอบว่าใช่ตั้งแต่แรก '
เทวดา ' เออ!!!จริงของมึง '
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เมื่อใดที่ผู้หญิงโกหก
แสดงว่าหญิงผู้นั้นจะต้องมีเหตุผลจำเป็นในการโกหก และมีเจตนาดีอย่างแน่นอน

นิทานสอนใจ เรื่อง วิธีการหาคู่แท้


*********************
..กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว …มีครูกับลูกศิษย์นั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ซึ่งใกล้กับสนามหญ้าอันกว้างใหญ่
ทันใดนั้น ลูกศิษย์คนหนึ่งก้อถามขึ้นมาว่า
ลูกศิษย์ : อาจารย์คับ ผมสงสัยจังเลยว่า เราจะหาคู่แท้เราเจอได้ไงคับ อาจารย์บอกผมหน่อยได้ไหม คับ?
อาจารย์ : อืม มันเป็นคำถามที่ยากนะ ในขณะเดียวกันมันก็เป็นคำถาม ที่ง่ายเหมือนกันนะ
ลูกศิษย์ : อืม?….งงอะไม่เข้าใจ
อาจารย์ : โอเค งั้น เธอลองมองไปทางนั้นนะ ตรงนั้นน่ะ มีหญ้าเยอะแยะ เลยใช่ไหม เธอลองเดิน ไปหาหญ้าต้นที่สวยที่สุด แล้วเด็ดมาให้ครูสิ ต้นเดียวเท่านั้นนะ แต่ว่า เวลาเธอเดินเนี่ย เธอต้องเดินไป ข้างหน้าอย่างเดียวนะ ห้ามเดินถอยหลัง เข้าใจไหม
ลูกศิษย์ : ได้เลยครับ จาน รอสักครูน่ะครับ (ว่าแล้ว ก้อวิ่งตรงไปยังสนามหญ้า) หลังจากนั้นไม่นาน….
ลูกศิษย์ : ผมกลับมาแล้วครับจาน
อาจารย์ : อืม…แต่ทำไมครูไม่เห็นต้นหญ้าสวย ๆ ในมือเธอเลยหละ
ลูกศิษย์ : อ๋อ คืองี้ครับจาน ตอนที่ผมเดินไปแล้วผมเจอต้นหญ้าสวย ๆ เนี่ย ผมก้อก้อคิดว่า เออ เดี๋ยว ก้อคงเจอต้นที่สวยกว่านี้ ดังนั้นผมก็เลยไม่เด็ดมัน แล้วผมก็เดินไปเรื่อย รู้ตัวอีกที มันก็สุดสนามหญ้าแล้ว ครับ จะเดินกลับก้อไม่ได้ เพราะจานสั่งห้ามไว้
อาจารย์ : นั่นแหละ คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงหละ …
ต้นหญ้า ก็คือ คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวคุณ ต้นหญ้าที่สวยงาม ก็คือ คนที่คุณชอบ หรือคนที่ดึงดูดคุณนั่นแหละ ส่วนทุ่งหญ้า ก็คือ เวลา … เวลาที่คุณจะหาคู่แท้ของคุณ อย่ามัวแต่เปรียบเทียบ แล้ว คิดว่า คงจะมีที่ดีกว่านี้ เพราะถ้าคุณ มัวแต่ เปรียบเทียบ คุณจะเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ อย่าลืมว่า…”เวลาไม่เคยย้อนกลับ”
ใครเคยเจอเรื่องแบบนี้ กับชีวิตจริงมั่งไหม :)
+++++++++++++++++++++++++++

ອົງ​ແຫ່ງ​ທັມມະ​ກະທຶກ


+++++++++++++++
1. ສະ​ແດງ​ທັມ​ໄປ​ຕາມ​ລຳດັບບໍ່ຕັດ​ຕອນ​ໃຫ້​ຂາດ​ຄວາມ.
2. ອ້າງ​ເຫດຜົນ​ແນະນຳ​ໃຫ້​ຜູ້​ຟັງ​ເຂົ້າ​ໃຈ
3. ຕັ້ງ​ຈິດ​ເມດ​ຕາປາ​ຖະໜາ​ໃຫ້​ເປັນ​ປະ​ໂຫຍ​ດ​ແກ່​ຜູ້​ຟັງ
4. ບໍ່ສະ​ແດງ​ທັມ​ເພື່ອເຫັນ​ແກ່​ລາບ
5. ບໍ່ສະ​ແດງ​ທັມ​ໂດຍ​ກະທົບຕົນ​ ແລະ​ ຄົນ​ອື່ນ

แม่อีหนูชูสองนิ้ว


++++++++++++++
มีผัวเมียคู้หนึ่ง แกมีลูกชายสองคนยังเป็นเด็กอยู่ ผัวเมียคู่นี้มีฐานะยากจนมาก แกอาศัยอยู่ที่กระท่อมหลังโกโรโกโสซึ่งอยู่ติดกับลำคลอง ผัวเมียคู่นี้เป็นจอมขี้เกียจทั้งคู่ ผัวชอบเล่นการพนันตีไก่ ส่วนเมียชอบไปเที่ยวนินทาคนโน้นคนนี้อยู่ที่บ้านคนอื่น ผัวเมียคู่นี้มักไม่ยอมเสียเปรียบต่อกัน จึงมักเกิดสงครามกลางบ้านสม่ำเสมอ ขอสรุปว่า
พอผัวเตะป๊าบหนึ่ง เมียก็ด่าทีหนึ่ง
ผัวเตะทีหนึ่ง เมียก็ด่าอีกที
ถ้าผัวเตะสองทีซ้ำกัน เมียก็ด่าสองทีซ้ำกันเช่นกัน
คือไม่มีใครยอมเสียเปรียบใคร เช้าตรู่วันหนึ่ง เมียกำลังต้มน้ำ หุงข้าว ลูกวิ่งไปขอน้ำร้อนจากแม่ เพื่อประคมประหงมไก่ เพราะพ่อเมาเหล้าไปตีไก่เมื่อคืนจึงไม่สามารถทำเองได้ ทำให้แม่อารมณ์เสียตบหน้าลูกจนร้องไห้ ผัวที่กำลังนอนหลับได้ยินเสียงลูกก็ลุกพรวดเหวี่ยงขาพลั่กเข้าที่สีข้างของ เมีย พอดีเมียยกศอกขึ้นรับ ผัวเตะถูกศอกเมียเจ็บหลังเท้า จนต้องทำหน้าอูมๆชอบกล เมียใช่ตวักที่ถืออยู่ในมือ ฟาดโป๊กเข้าที่หัว จนตวักหักเป็นสองท่อน ผัวจึงใช้กำปั้นต่อยซ้ายขวาอุตลุด จนขี้เถ้าฟุ้งราวเกิดพายุใต้ฝุ่น เล่นเอาเมียต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่ปากก็ด่าฉอดๆๆๆๆ ซึ่งคำด่าของนางนั้นล้วนหยาบๆคายๆจนไม่สามารถจะเอามาบรรยายลงที่นี้ได้ ลูกชายทั้งสองคนพากันร้องไห้ไปหลบอยู่ที่หลังกระท่อม สองผัวเมียก็ตบตีกัน เมียถอยหนี ผัวก็รุกตามมาเรื่อย จนมาถึงฝั่งคลอง เมียก็ไม่ยอมเลิกด่า ผัวจึงซัดโครมเข้าอย่างแรง ส่งแม่เมียลงตูมไปในลำคลอง เมียโผล่หัวมาได้ก็ด่าในน้ำอีก ยืนด่ารัวฉอดๆๆๆๆราวกับปืนกลอยู่ในน้ำ ราวกับแสกงว่าไม่กลัวแกเว้ย ผัวจึงไปคว้าต้นกล้วยที่ตัดไว้ ต้นขนาดเท่าปลีน่องได้ ใช้ฟาดตูมใส่เมีย แต่เมียก็ดำน้ำหลบ ผัวเลยตีถูกแต่น้ำแตกกระจายดังซ่าๆ และพอได้จังหวะเมียก็โผล่หัวขึ้นมาด่าอีก ผัวก็กระหน่ำตีด้วยความแค้น เลยถูกเข้าอย่างจังหลายที ทำให้นางเมียจมหายเงียบไปใต้น้ำ ผัวจึงวางกล้วยที่หักยู่ยี่ แล้วยืนดูด้วยความวิตก เกรงว่าเมียจะตายจริงๆ เกรงจะเกิดคดีขึ้นโรงขึ้นศาล พอดีมีมือของเมียโผล่ขึ้นมา “ชูสองนิ้ว” ผัวก็เข้าใจว่า เมียคงจะบอบช้ำหนักและกำลังจะตาย จึงชูสองนิ้วบอกฝากลูกชายสองคนด้วยความอาลัยเยี่ยงแม่ทั้งหลายที่มีความ อาลัยต่อลูก ผัวจึงกระโดดตูมลงไปจัดการอุ้มเมียขึ้นมาบนฝั่ง เพราะคลองนั้นเป็นคลองที่ลึกพอควร เมียจะว่ายน้ำหนีไปฝั่งโน้นก็ว่ายไม่เป็น ยืนด่าอยู่ริมน้ำ ยืนด่าอยู่ริมน้ำ และถูกตีจนถอยร่นไปในส่วนลึกของคลอง
___ผัวเมื่ออุ้มเมียขึ้นมาได้ก็จัดการนวดเฟ้น ปากก็พร่ำว่า “ไม่เป็นไรหรอกแม่ไอ้หนู พี่เห็นใจเจ้าแล้ว ที่เจ้ารักลูก ห่วงลูก อุตส่าห์ชูสองนิ้วเพื่อบอกให้พี่เลี้ยงลูกทั้งสองคนด้วย ถ้าน้องตาย” ยังไม่ทันขาดคำ นางผงกศีรษะขึ้นพูดว่า “ที่ข้าชูสองนิ้ว ไม่ใช่ข้าฝากลูกสองคนหรอก ฮึ” “งั้นเองชูทำไมว๊ะ” ผัวถาม “นิ้วหนึ่งข้าด่าพ่อมึง อีกนิ้วหนึ่งด่าแม่มึง” เท่านั้นเองผัวก็ผลักร่างของเมียออก ลุกขึ้นยืนแล้วเตะโครม เมียก็กลิ้งลงคลองอีกครั้งหนึ่ง
++++++++++++++++++++
นิทานเรื่องนี้สอนใจว่า....
การอยู่ร่วมกันอย่างเอาเปรียบกัน ต่างมีทิฎฐิมานะใส่กันและกันนั้นย่อมนำมาแต่ความทุกข์ตลอดกาล